เขตรักษาพันธุ์สัตว์่ป่าภูหลวง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์่ป่าภูหลวง

 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดเลย คือ อำเภอภูเรือ วังสะพุง ด่านซ้าย และภูหลวง มีความสูงเฉลี่ยราว 1,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล พื้นที่บนภูหลวงจะมีลักษณะเป็นที่ราบบางตอนเป็นป่าสนและป่าดิบเขา ลักษณะที่สำคัญคือ ภูหลวงเป็นดินแดนแห่งพืชพรรณไม้ อาทิ กล้วยไม้ ก่อดำ สนสามใบ กุหลาบแดง กุหลาบขาว เมเปิล เป็นต้น สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเที่ยวชม คือ สวนสน ลานหิน ผาหินและทุ่งหญ้าเปิดให้เฉพาะผู้ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติเท่านั้น โดยติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าได้ที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร.0-2561-4292-3 ต่อ 706หรือ นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อ ก่อนเข้าไปเที่ยวที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชป่าหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา อำเภอภูเรือ โทร.0-2579-4847สนใจชมแปกดำ โหล่นเมย โหล่นสาวแยงคิง ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ ภูหลวงถูกเปรียบให้เป็นดั่ง มรกตแห่งอีสาน และได้รับการประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาตั้งแต่ปี 2517 ภูหลวงมีความสูงมากกว่า 1200 ม. จากระดับน้ำทะเลบนที่สูงแห่งนี้เป็นแหล่งรวมดอกไม้ป่านานาพรรณ ผลิดอกที่มีสีสันสวยงามเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ดอกไม้ที่โดดเด่นที่สุดของภูหลวงก็คือกล้วยไม้ ซึ่งมีสวยๆ มากมายทั้งตามต้นไม้ โขดหิน และบนพื้นดิน เรียกได้ว่าเพียงก้าวขาลงจากรถก็จะเห็นดอกไม้รอต้อนรับทันที ที่น่าสนใจรองลงมาคือ พันธุ์ไม้ในเขตอบอุ่นซึ่งในไทย จะพบได้เฉพาะภูเขาสูงๆ เช่น กุหลาบแดง กุหลาบขาว ส้มแปะ เป็นต้นที่ตั้งและการเดินทางที่ทำการ ฯ ตั้งอยู่ที่ อ.ภูเรือ รถยนต์ส่วนตัว จาก อ.ภูเรือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ไปทาง อ.เมือง เมื่อเลยบ้านโนนสะอาดไปประมาณ 1 กม. ถึงบ้านสานตมให้เลี้ยวขวาไปทางลาดยาง หมายเลข ลบ.2011 เข้าไป 3 กม. จะพบสามแยกรูปตัววาย ให้ไปทางซ้าย ทางลาดยางจะสิ้นสุดที่บ้านนานน้อย ต่อจากนั้นเป็นทางลูกรังอีก 5 กม. จะถึงที่ทำการ ฯ สภาพเส้นทางช่วงสุดท้ายนี้เป็นทางขึ้นคดเคี้ยว ชันมาก ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ รถประจำทาง ไม่มีรถประจำทางเข้าถึง จาก อ.เมืองเลย นั่งรถสายเลย-หล่มสัก ลงรถที่ อ.ภูเรือ ค่ารถ 25 บาท แล้วเหมารถไปชมพรรณไม้ที่โคกนกกระบา-  กล้วยไม้จะทยอยบานหมุนเวียนกันไปตลอดปี -  ควรมีเจ้าหน้าที่นำทางเพื่อขอความรู้เรื่องพรรณไม ้-  กุหลาบแดงและกุหลาบขาวจะบานช่วง ประมาณ เดือน   ก.พ.-พ.ค.การเดินทาง จากที่ทำการ ฯ ไปตามถนนลูกรังประมาณ 8 กม.รถที่ใช้ควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์และผู้ขับขี่ ควรมีความชำนาญการขับรถในทางป่า  เริ่มดูดอกไม้ได้ตั้งแต่จุดตั้งต้นของเส้นทาง โดยเฉพาะกล้วยไม้ที่เกาะอยู่ตามกิ่งก้าน ต้นไม้ เช่น ครั่งแสด เอื้องสิงโตสยาม เป็นต้น เมื่อเข้าสู่โคกนกกระบา ซึ่งเป็นชื่อของสวนหินธรรมชาติที่เรียกตามหินใหญ่ลักษณะ เหมือนกับนกตบยุงหรือนกกระบาในภาษาอีสาน ก็มักพบเอื้องตาเหิน เอื้องคำเกาะอยู่ตามโขดหิน โคนก้อนหินมักเต็มไปด้วยพืชชั้นต่ำพวกมอส และไลเคนฟองหินขึ้นเป็นพรมเขียวอยู่ทั่วไป นอกจากล้วยไม้ตามโขดหินแล้ว  ลานหินนี้ยังมีกุหลาบแดงและกุหลาบขาว ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะออกดอกสีแดงสีขาวอยู่ทั่วลาน ไม้พุ่มเล็กๆ อย่างส้มแปะและสนทรายก็ออกดอกเล็ก ๆ เป็นช่อสีขาว สวยงามมาก ผาสมเด็จและผาเตลิ่น มีระยะทางประมาณ 2 กม. จากหน่วย ฯ เดินผ่านสถานีทวนสัญญาณโทรทัศน์ช่อง 7 ผ่านป่าดงดิบเขา ถ้ามาช่วงเดือน พ.ย. จะได้เห็นใบเมเปิลเปลี่ยนสีแดงก่อนถึงผาสมเด็จสองข้างทาง จะเต็มไปด้วยข้าวตอกฤาษี ซึ่งเป็นมอสที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผาสมเด็จเป็นหน้าผาเล็กๆช่วงฤดูร้อนริมหน้าผา จะมีดอกกุหลาบแดง  และกุหลาบขาว โขดหินใหญ่ในบริเวณก็น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะมีไลเคนอยู่เต็ม โขดหิน 

Share on Line
Share on Pinterest